วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดยโสธร นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม
โดยการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญในการบริหารจัดการน้ำภาพรวมแต่ละจังหวัดและการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือดูแลผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมเน้นการสื่อสารสร้างความเข้าใจในทุกขั้นตอนแก่ประชาชนอย่างถูกต้องชัดเจน เพื่อป้องกันการสับสนและข้อผิดพลาดในการรับข้อมูลข่าวสาร
สำหรับจังหวัดยโสธร ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 4 อำเภอ 17 ตำบล 80 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเลิงนกทา อำเภอเมืองยโสธร อำเภอป่าติ้ว และอำเภอคำเขื่อนแก้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ได้ลงพื้นที่เร่งระดมความช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ผลการสำรวจเบื้องต้นพบประชาชนได้รับผลกระทบ 2,131 ราย พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 19,515 ไร่ และมีเส้นทางคมนาคม (ถนน) ชำรุดเสียหาย 2 แห่ง
ด้านสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด ปัจจุบันภาพรวมยังคงทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงจากเมื่อวานเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ปกติที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยอ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน อำเภอเลิงนกทา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ร้อยละ 97.69 (เริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย) อ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ร้อยละ 96.14 อ่างเก็บน้ำห้วยโพงตอนบน ร้อยละ 83.75 และเขื่อนยโสธร-พนมไพร ร้อยละ 61.63 ทั้งนี้ จังหวัดยโสธรไม่ได้เกิดสถานการณ์ภัยที่รุนแรง คาดว่าจะคลี่คลายและไม่ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากไม่มีฝนตกลงมาเติม โดยยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร
#ยโสธร
#น้ำท่วมยโสธร
#อุทกภัยยโสธร
#ช่วยเหลือน้ำท่วม
#บกปภช
#2ตุลาคม2569
ทินกร ข่าว/ เอกรินทร์,ธนากร ภาพ