วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสุนทรราชเดช ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ร่วมประชุมกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
โดยในส่วนของจังหวัดยโสธร พบว่าสภาพอากาศประจำวันนี้ 30 กันยายน 2569 ยังคงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ มีปริมาณฝนสะสมรายปีวัดได้ 1400.4 มิลลิเมตร ซึ่งทางจังหวัดได้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเขื่อนสำคัญ 4 แห่ง พบว่า อ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน ในอำเภอเลิงนกทา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 20.67 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 98.21 % ของความจุเก็บกัก โดยมีแนวโน้มระดับน้ำลดลงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ด้านอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก มีปริมาณน้ำ 29.06 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95.91 % อ่างเก็บน้ำห้วยโพงตอนบน มีปริมาณน้ำ 10.29 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83.02 % และเขื่อนยโสธร-พนมไพร อำเภอเมืองยโสธร มีปริมาณน้ำ 7.00 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 61.53 % ภาพรวมของอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ แม้จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้ อย่างไรก็ดีปัจจุบันจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรืออุทกภัย ไปแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเลิงนกทา อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอป่าติ้ว มีประชาชนได้รับผลกระทบ 1,448 ราย พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบ 12,527 ไร่ ถนน 2 แห่ง รวมถึงทางจังหวัดได้ประสานขอรับการสนับสนุนทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี เข้ามาประจำการในพื้นที่ ทั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 4 ลำ รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 4 คัน และรถผลิตน้ำดื่มสะอาดอีก 1 คัน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที ซึ่งในโอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้เน้นย้ำถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และให้ทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทั้งด้านพืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และสิ่งสาธารณประโยชน์ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึงที่สุด ทั้งให้จัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือและยานพาหนะให้พร้อมใช้งานได้ทันที
#สถานการณ์น้ำยโสธร #รับมือน้ำท่วม #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #ยโสธร
ทินกร ข่าว/ธนากร ภาพ