วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นางนันทพร ศรศรีวิชัย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย นางสาวภรณ์ชนก ตั้งศิริกุล รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอค้อวังและอำเภอเลิงนกทา เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมการทอผ้าไทย พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนา นวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่มาตรฐานแฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainable Fashion) ภายใต้โครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ประจำปี 2569
โดยช่วงเช้า คณะลงพื้นที่ ณ กลุ่มทอผ้าขิดโบราณบ้านติ้ว หมู่ที่ 4 ตำบลกุดน้ำใส อำเภอค้อวัง เพื่อจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการสาธิต นายวิวัฒน์ พร้อมพูน วิทยากรบรรยายและสาธิตการพัฒนาและยกระดับสิ่งทอพื้นเมืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการย้อมสีธรรมชาติ จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อเป็นแนวทางให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ Young OTOP ในการนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าขิดให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าไทยโดยคนรุ่นใหม่ว่า "โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก คือพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิม แต่ขอให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างผลงานให้เป็นที่น่าสนใจ เพื่อให้ผ้าไทยก้าวทันยุคสมัยและคงความทรงคุณค่า"
ต่อมาในช่วงบ่าย คณะได้ลงพื้นที่อำเภอเลิงนกทา เพื่อติดตามและให้คำแนะนำในการยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย โดยเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ได้แก่ 1. กลุ่มผ้ามัดย้อมบ้านห้วยสะแบก 2. กลุ่มแปรรูปตัดเย็บเสื้อผ้า (ช่างนก) บ้านห้วยสะแบก 3. กลุ่มสุชาดาผ้าไทย บ้านหนองยาง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์แฟชั่นที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบตัดเย็บที่ทันสมัย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง เสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ แรงบันดาลใจในการสืบสาน กิจกรรมในวันนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากตัวแทนคนรุ่นใหม่ (Young OTOP) ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ว่า “การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากสิ่งที่อยู่รอบตัว คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด การที่เราหันมาสนใจและพัฒนาผ้าไทยด้วยมุมมองใหม่ๆ จะช่วยสืบสานวัฒนธรรมนี้ให้ยั่งยืน และนำมาซึ่งโอกาสดีๆ ทั้งในด้านการสร้างอาชีพและการสร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเกิด” การลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตลอดทั้งวันในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของจังหวัดยโสธรในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ปราชญ์ชาวบ้าน และเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และยกระดับผ้าไทยจากมรดกทางวัฒนธรรมสู่การเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีศักยภาพในอนาคต
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร
ทินกร/ข่าว เอกรินทร์/ภาพ