รมว.ดีอี ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อีสาน เปิดงานบุญบั้งไฟยโสธรปี 69 ชูยุทธศาสตร์ดิจิทัลเชื่อมชุมชน ดันประเพณี -ลาบยโส-ฟาร์มสเตย์ สู่ตลาดนักท่องเที่ยว

รมว.ดีอี ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อีสาน เปิดงานบุญบั้งไฟยโสธรปี 69 ชูยุทธศาสตร์ดิจิทัลเชื่อมชุมชน ดันประเพณี -ลาบยโส-ฟาร์มสเตย์ สู่ตลาดนักท่องเที่ยว

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย  นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569 โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนให้การต้อนรับท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

โดยในเวลา 13.45 น. รมว.ดีอี และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมวิมานพญาแถนแลนด์มาร์คสำคัญเพื่อประเมินศักยภาพการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับระบบจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะ (Big Data) ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานมากขึ้น ก่อนจะเดินทางไปยังกองอำนวยการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร เพื่อเยี่ยมชมบูธโครงการ ไทยช่วยไทยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และการนำเสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน อาทิ ฟาร์มสเตย์จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นการผลักดันอัตลักษณ์ของจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน และแคมเปญอาหารพื้นถิ่น ลาบยโส ที่เป็นมนต์เสน่ห์ที่ทุกคนถวิลหากับรสชาติที่ขึ้นชื่อระดับประเทศ จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีเปิดที่ได้นำทุกคนประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพิธียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมอบโล่เกียรติยศให้แก่เยาวชนที่คว้ารางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Runbike World Championship 2026 จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนศักยภาพของเยาวชนจังหวัดยโสธรสู่เวทีโลก และรับชมขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม

นายไชยชนก กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ประเพณีบุญบั้งไฟไม่ใช่เพียงแค่เทศกาลประจำปี แต่คือลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวไทยอีสาน ซึ่งไฮไลท์สำคัญของปีนี้ คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาวะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดมีมติปรับเวลาการเปิดงานและขบวนแห่มาเป็นช่วงเย็น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมขบวนแห่จากภัยฮีทสโตรก อีกทั้งยังเป็นการยกระดับงานไปสู่รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีแสง สี เสียง เข้ากับขบวนบั้งไฟอันวิจิตรตระการตา ซึ่งทราบว่ามีมากถึง 22 ขบวน เป็นการสร้างมิติใหม่ทางการท่องเที่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อน และการขยับตัวในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ของการเป็นประเพณีที่แข็งแรง และการกล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนนี้ กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ซอฟต์พาวเวอร์ของยโสธร ให้มีความยิ่งใหญ่ สง่างาม เป็นที่ประทับใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว นำมาซึ่งรายได้ของคนในชุมชน อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมที่งดงามให้คงอยู่กับลูกหลานตลอดไป

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #ยโสธร


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar