วันที่ 24 กันยายน 2569 นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและต้นทุนมนุษย์ของจังหวัดยโสธร โดยระบุว่า จากผลการสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญาหรือไอคิว (IQ) ในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยมีการสุ่มประเมินทุก 5 ปี พบว่า จังหวัดยโสธรทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและก้าวกระโดดอย่างน่าทึ่ง ด้วยค่าเฉลี่ยไอคิวสูงถึง 102.145 จุด ซึ่งไม่เพียงแต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 10 ที่บันทึกไว้ที่ 99.607 จุด แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่อยู่ในระดับ 96.734 จุด อย่างชัดเจน ซึ่งสถิติดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการที่เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่อง จากเดิมในปี 2559 ที่เคยอยู่ในระดับ 91.9 จุด และขยับขึ้นมาเป็น 97.1 จุด ในปี 2564 จนในที่สุดจังหวัดยโสธรสามารถก้าวทะลุเกณฑ์มาตรฐานสากล เข้าสู่กลุ่มจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยไอคิวเกิน 100 จุดได้สำเร็จเป็นประวัติการณ์
โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมนี้ เป็นผลมาจากการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเชิงรุกที่กำหนดให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นวาระเร่งด่วนของจังหวัด เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและสถานศึกษาทั่วทั้งจังหวัดปูพรมสุ่มคัดกรองพัฒนาการเด็กเล็กช่วงอายุ 0 - 5 ปี ได้ครอบคลุมถึงร้อยละ 91.1 จากกลุ่มเป้าหมายเด็กเตรียมอนุบาลและอนุบาลราว 14,540 คน ซึ่งพบว่ามีเด็กที่มีพัฒนาการสมวัยสูงถึงร้อยละ 83.99 ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ผลักดันแผนปฏิบัติการ ยโสธรสานพลัง 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม และรณรงค์แคมเปญเด็กยโสโก้อีหลี...ด้วยวิถีชุมชน ผนึกพลังกลไก บวร หรือ บ้าน-วัด-โรงเรียน ร่วมปรับพฤติกรรมลดการติดหน้าจอ ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน เพื่อคืนเวลาคุณภาพและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเด็กให้เติบโตตามธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ จังหวัดยโสธรยังได้บูรณาการการทำงาน 3 ภาคีหลัก ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เชิงรุกครอบคลุมทั้ง 9 อำเภออย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับโภชนาการ ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน และเนรมิตสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยตั้งเป้าหมายระยะยาวที่จะยกระดับไอคิวเฉลี่ยให้เกิน 110 จุด ควบคู่กับการเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิว (EQ) ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดมีการประเมินรายพื้นที่พบข้อมูลที่น่าประทับใจ โดยอำเภอเลิงนกทา มีนักเรียนทำคะแนนสูงสุดถึง 168 คะแนน ตามด้วยอำเภอเมืองยโสธร ทำได้สูงสุด 155 คะแนน และอำเภอมหาชนะชัยทำคะแนนสูงสุดได้ 146 คะแนน และเมื่อคณะกรรมการลงพื้นที่มาสำรวจและประกาศผลออกมา จึงถือได้ว่าจังหวัดยโสธรประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เพราะตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เด็กและเยาวชนชาวยโสธรมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ทั้งปัญญาที่เฉียบคมและอารมณ์ที่มั่นคง พร้อมร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนสังคมในศตวรรษที่ 21 ต่อไป
#เด็กยโสโก้อีหลี #พัฒนาการเด็กปฐมวัย #IQเด็กไทย #สร้างเด็กไทยในศตวรรษที่21 #สุขภาพจิตเด็ก #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #ยโสธร