ยโสธรคุมเข้มสถานการณ์น้ำ สั่งระดมสรรพกำลังเตรียมพร้อมจับตาอ่างเก็บน้ำใกล้ชิด

วันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสุนทรราชเดช ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ร่วมประชุมกับนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการติดตามสถานการณ์สาธารณภัยและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบ สภาพอากาศ วางแนวทางเฝ้าระวัง ป้องกัน และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
โดยในส่วนของจังหวัดยโสธร พบว่าสภาพอากาศประจำวันนี้ 23 กันยายน 2569 ยังคงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดที่อำเภอเลิงนกทา วัดได้ 13.0 มิลลิเมตร อำเภอมหาชนะชัย 8.8 มิลลิเมตร และอำเภอกุดชุม 5.0 มิลลิเมตร ซึ่งทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้เตรียมความพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเขื่อนสำคัญ 4 แห่ง พบว่า อ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน ในอำเภอเลิงนกทา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 21.05 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 100% ของความจุเก็บกัก โดยมีแนวโน้มระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ด้านอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก มีปริมาณน้ำ 28.64 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 94.52% อ่างเก็บน้ำห้วยโพงตอนบน มีปริมาณน้ำ 10.69 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 86.20% และเขื่อนยโสธร-พนมไพร อำเภอเมืองยโสธร มีปริมาณน้ำ 11.35 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 76.46% ภาพรวมของอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ แม้จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้ อย่างไรก็ดีปัจจุบันจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรืออุทกภัย ไปแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเลิงนกทา อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอป่าติ้ว รวมถึงทางจังหวัดได้ประสานขอรับการสนับสนุนทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี เข้ามาประจำการในพื้นที่ ทั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 4 ลำ รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 4 คัน และรถผลิตน้ำดื่มสะอาดอีก 1 คัน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้เน้นย้ำข้อสั่งการให้ทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดยให้จัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือและยานพาหนะให้พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมสั่งการให้เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทั้งด้านพืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และสิ่งสาธารณประโยชน์ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึงที่สุด
#สถานการณ์น้ำยโสธร #รับมือน้ำท่วม #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #ยโสธร
ทินกร ข่าว/ณัฐพล ภาพ
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar