“ยศชนัน” ลงพื้นที่ยโสธร ชูต้นแบบแก้จน ผสาน AI และงานวิจัยเชิงพื้นที่ พัฒนาคนทุกวัยให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.45 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร คณะนักวิจัย และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
สำหรับโครงการดังกล่าว ขับเคลื่อนโดยวิทยาลัยชุมชนยโสธร ซึ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม หรือ PAR ผสานกับระบบสารสนเทศอัจฉริยะ ปูพรมค้นหาสอบทานคนจนที่ตกหล่น แล้วจัดเก็บในฐานข้อมูลกลางระดับจังหวัด หรือ PPPConnext ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบ AI ทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างปัญหาลึกถึงตัวบุคคลในทุกมิติ ว่ามีใครบ้าง จนที่ไหน และจนด้วยเรื่องอะไร ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถค้นหาสอบทานครัวเรือนยากจนสะสมได้ถึง 5,416 ครัวเรือน นำพาผู้ยากไร้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและยกระดับทักษะใหม่ได้กว่า 7,663 คน สามารถสร้างรายได้เพิ่มสะสมเฉพาะในปี 2567 และ 2568 จำนวนกว่า 2,179,600 บาท 

นอกจากนี้ในปี 2568 ยังได้จำแนกและส่งต่อความช่วยเหลือมุ่งเป้าไปยังภาคีเครือข่ายสำเร็จแล้ว 168 ครัวเรือน ทั้งการซ่อมสร้างบ้านร่วมกับ พอช. การมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องร่วมกับ กสศ. และการปูพรมส่งเสริมทักษะการเงิน จนช่วยให้ครัวเรือนยากจนกว่าร้อยละ 25 สามารถลดหนี้ได้สำเร็จ 

ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและ​  รมว.อว.​ พร้อมคณะ​ ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้โคกหนองนา พื้นที่โมเดลแก้จนเกษตรกรแปลงรวม ก่อนจะปิดท้ายที่ลานข้างวัดป่าพุทธิคุณ ตำบลหนองแหน​ อำเภอ​กุดชุม​ เพื่อเยี่ยมนิทรรศการนวัตกรรมแก้จน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ 4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่ ได้แก่ พลังวัดโมเดล ที่ดึงเอาพลังศรัทธาของคณะสงฆ์มาสร้างข่ายความปลอดภัยทางสังคม โมเดลห่วงโซ่พืช-ผักอินทรีย์ เปลี่ยนเกษตรกรรายย่อยเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์สร้างรายได้กว่า 580,000 บาท โมเดลเศรษฐกิจชุมชนปรับตัวในพื้นที่ภัยพิบัติ นำเทคโนโลยีแปรรูปปลา ข้าว และถั่ว มาช่วยสร้างรายได้ในยามน้ำท่วมหรือภัยแล้ง และ กลุ่มกล้าไม้ ตำบลสร้างมิ่ง ที่พลิกชีวิตกลุ่มเปราะบางให้มีรายได้เสริมจากการเพาะกล้าไม้ยูคาลิปตัส 4,000 ถึง 5,000 บาทต่อเดือน ภายใต้หลักการ มือหนึ่งรับ มือหนึ่งให้ ส่งต่อวัสดุเหลือใช้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านรายถัดไป

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. กล่าวเน้นย้ำถึงนโยบายหลักว่า กระทรวง อว. มุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยการแปรเปลี่ยนข้อมูล งานวิจัย และเทคโนโลยีนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ  การแก้จนด้วยความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต้องร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่แล้วศึกษาให้เข้าใจบริบทของครัวเรือนยากจนอย่างลึกซึ้ง และออกแบบให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมและอาชีพที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความมั่นใจ ความภาคภูมิใจในตัวเองที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาตัวเองอย่างพอเพียงและยั่งยืน ซึ่งผลลัพธ์ของจังหวัดยโสธรในวันนี้ ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประชาชนกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมที่ยากลำบากให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืนพร้อมให้พื้นที่อื่นๆได้เข้ามาเรียนรู้

#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #รองนายกรัฐมนตรี #กระทรวงอว #บพท #วิทยาลัยชุมชนยโสธร #ยโสธรโมเดล #แก้ไขปัญหาความยากจน #ยโสธร #นวัตกรรมแก้จน #ระบบAIแก้จน #PPPConnext #จากผู้รับสงเคราะห์สู่ผู้ประกอบการ #แก้จนเชิงพื้นที่ #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #สวทยโสธร


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar