วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยปักหมุดสองจุดสำคัญคือ โรงเรียนบ้านเหมือดขาว ตำบลม่วง อำเภอมหาชนะชัย และโรงเรียนวัดบ้านเปาะ อำเภอค้อวัง เพื่อติดตามความคืบหน้าและขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนอย่างยั่งยืน
โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มกำลังในการบ่มเพาะและสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่จังหวัดยโสธร พร้อมมอบโจทย์ใหญ่ให้แก่คณะครูและผู้บริหารสถานศึกษา โดยเน้นย้ำถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนด้วยการนำสื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยเติมเต็มโลกทัศน์ และเตรียมความพร้อมให้เด็กนักเรียนสามารถปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และนอกจากเรื่องวิชาการแล้วยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและโภชนาการด้วย โดยได้ขอให้ทุกโรงเรียนหมั่นตรวจสอบสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าสถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน นอกจากนี้ เรื่องอาหารกลางวันถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะโภชนาการที่ครบถ้วนและถูกสุขลักษณะ คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้สมองของเด็กพัฒนาและทำงานได้เต็มศักยภาพ และไฮไลต์สำคัญของการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้ฝากความห่วงใยไปยังผู้ปกครองในชุมชน โดยขอให้โรงเรียนช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภัยเงียบของการเลี้ยงลูกหลานด้วยหน้าจอมือถือ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของเด็กในปัจจุบัน เนื่องจากคอนเทนต์ในสมาร์ตโฟนปัจจุบันมักมีลักษณะที่สั้น เร็ว และเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองของเด็กเกิดความเคยชินต่อสิ่งเร้าที่รวดเร็วเกินไป เมื่อเด็กต้องกลับมาสู่วิถีชีวิตปกติ เช่น การอ่านหนังสือ การเรียน หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทน เด็กจะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีสมาธิ และเมื่อไม่ได้ดั่งใจ สมองที่ชินกับความเร็วจะไม่สามารถรับมือกับความผิดหวังได้ นำไปสู่พฤติกรรมขี้โมโห ก้าวร้าว และอาละวาดในที่สุด นอกจากนี้ การปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านการสื่อสาร ทำให้เด็กพูดช้ากว่าเกณฑ์อย่างเห็นได้ชัด ซ้ำร้ายยังทำให้เด็กขาดปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและเพื่อนวัยเดียวกัน ส่งผลให้ขาดทักษะในการอ่านสีหน้า ท่าทาง และอารมณ์ของผู้อื่น กลายเป็นเด็กที่ขาดความเห็นอกเห็นใจ และเข้าสังคมได้ยากเมื่อเติบโตขึ้น และในวันเดียวกันนี้ที่หมู่ที่ 6 บ้านเปาะ อำเภอค้อวัง ได้มีการตรวจประเมินหมู่บ้านเข้มแข็ง ตามแนวทางแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งคณะครูได้นำนักเรียนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยถือเป็นการบูรณาการที่ดีเยี่ยมที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นและเรียนรู้นอกห้องเรียน สัมผัสกับวิถีชุมชนและการพัฒนาที่แท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่น ช่วยหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดยโสธรเติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของจังหวัดและประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร #ยโสธร
ทินกร ข่าว/ภาพ , เอกรินทร์ ภาพ