วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมยศสุนทร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหารถบรรทุกจอดกีดขวางการจราจร ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง เนื่องจากโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.19 น. บริเวณถนนช่วงบ้านพักกะย่า – บ้านโนนยาง ตำบลโนนเปลือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เมื่อมีรถยนต์เสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วงบรรทุกอ้อย ที่จอดบนไหล่ทางในสภาพที่ทัศนวิสัยมืดสนิท ไร้แสงไฟส่องสว่าง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 1 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การจอดรถในลักษณะดังกล่าวเป็นการกีดขวางการจราจรอย่างร้ายแรง
โดยในที่ประชุม นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 56 ระบุว่าในกรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้องจนต้องจอดรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องจัดการลากรถให้พ้นทางเดินรถโดยเร็วที่สุด และหากจำเป็นต้องจอด ต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณไฟ ตามกำหนดในกฎกระทรวง เพื่อให้ผู้ขับขี่อื่นเห็นได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร หากการจอดรถกีดขวางนั้นก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถอาจมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนความรับผิดทางแพ่ง ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตาม (ละเมิด) ซึ่งเจ้าของรถบรรทุกต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้มอบหมายภารกิจสำคัญ ให้แขวงทางหลวงชนบทเร่งดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้และกำจัดต้นไม้ใหญ่ที่บดบังทัศนวิสัยบนเส้นทางหลวงชนบท โดยเฉพาะจุดเสี่ยงและทางโค้ง ส่วนมาตรการควบคุมเข้มได้มอบหมายตำรวจและขนส่งจังหวัด ตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายกับรถบรรทุกอ้อยและรถพ่วงที่จอดบนไหล่ทาง โดยไม่ติดตั้งไฟสัญญาณเตือน หรือจอดในที่ห้ามจอดอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ต้องการปล่อยให้ชีวิตของคนยโสธรมาสังเวยบนถนนเพียงเพราะความมักง่ายของผู้ประกอบการบางราย กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย และความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร
ทินกร ข่าว / เอกรินทร์ ภาพ